The 72 Demons แห่ง The Lesser Key of Solomon: ตำนานและความหมาย
The Lesser Key of Solomon หรือ Lemegeton เป็นหนึ่งในตำราปิศาจวิทยา (Demonology) ที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์ ตำราเล่มนี้ถูกกล่าวขานว่าเป็นบันทึกโบราณเกี่ยวกับเวทมนตร์ของกษัตริย์โซโลมอน โดยเนื้อหาในส่วนแรกของตำรา หรือที่เรียกว่า Ars Goetia ได้บันทึกรายชื่ออสูร 72 ตนที่กษัตริย์โซโลมอนเคยควบคุมและใช้พลังของพวกมันเพื่อสร้างวิหารแห่งเยรูซาเล็ม
ที่มาของ The 72 Demons
เรื่องราวของอสูรทั้ง 72 ตนมีรากฐานมาจากตำนานของกษัตริย์โซโลมอน ซึ่งกล่าวกันว่าได้รับแหวนวิเศษจากพระเจ้า แหวนนี้ช่วยให้เขาสามารถควบคุมวิญญาณและอสูรที่ทรงพลังได้ โดยโซโลมอนได้ใช้พลังของอสูรเหล่านี้ในการสร้างวิหารและไขความลับของจักรวาล
ตำรา Ars Goetia ได้รวบรวมรายชื่อของอสูร 72 ตน พร้อมทั้งอธิบายลักษณะ พลัง และวิธีการอัญเชิญพวกมัน บางตนสามารถมอบความรู้ มอบพลังแห่งเวทมนตร์ หรือแม้กระทั่งทำให้ผู้เรียกใช้สามารถควบคุมจิตใจของผู้อื่นได้
ตัวอย่างของอสูรสำคัญใน The Lesser Key of Solomon
1. Bael – อสูรแห่งการล่องหน
Bael เป็นปีศาจตนแรกในรายชื่อของ Ars Goetia และเป็นหนึ่งในจอมอสูรที่ทรงอิทธิพล เขาปรากฏตัวในรูปร่างที่สามารถเป็นได้ทั้งมนุษย์ กบ หรือแมว และมีพลังแห่งการล่องหน ทำให้ผู้ที่เรียกใช้สามารถหลบซ่อนตัวจากสายตาของผู้อื่น
2. Agares – อสูรแห่งการเคลื่อนที่และการล่มสลาย
Agares เป็นปีศาจลำดับที่ 2 ที่สามารถทำให้ผู้ที่เรียกใช้สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว และยังสามารถทำให้ศัตรูล้มลงได้ อีกทั้งเขายังมีพลังในการสอนภาษาต่างๆ แก่ผู้ที่อัญเชิญ
3. Paimon – อสูรแห่งภูมิปัญญา
Paimon เป็นอสูรลำดับที่ 9 และเป็นหนึ่งในปีศาจที่ทรงพลังที่สุดใน Ars Goetia เขาสามารถมอบความรู้เกี่ยวกับศิลปะ เวทมนตร์ และวิทยาศาสตร์ได้ และยังสามารถเปิดเผยความลับที่ซ่อนเร้นอยู่ในจักรวาล
4. Asmodeus – อสูรแห่งราคะและตัณหา
Asmodeus เป็นปีศาจที่เกี่ยวข้องกับความใคร่และความปรารถนา เขามักถูกกล่าวถึงในตำนานของชาวยิวว่าเป็นอสูรที่คอยล่อลวงมนุษย์ให้ตกอยู่ในบ่วงของกิเลสและความเสน่หา
5. Buer – อสูรแห่งการรักษาและปรัชญา
Buer เป็นอสูรที่มีพลังพิเศษด้านการรักษาโรคและการให้ความรู้เกี่ยวกับปรัชญาและศีลธรรม เขาปรากฏตัวในรูปของวงล้อที่มีหัวสิงโตและสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ
ความหมายและอิทธิพลของ The 72 Demons
อสูรทั้ง 72 ตนใน The Lesser Key of Solomon ไม่เพียงแต่เป็นตำนานทางไสยศาสตร์เท่านั้น แต่ยังมีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมป๊อปในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ หนังสือ การ์ตูน หรือเกม ตัวอย่างเช่น
- Paimon กลายเป็นหนึ่งในปีศาจหลักของภาพยนตร์ Hereditary (2018)
- Asmodeus ปรากฏตัวในวรรณกรรมแฟนตาซีและเกม RPG มากมาย
- Bael และ Agares ถูกใช้เป็นชื่อตัวละครในเกมและการ์ตูนที่เกี่ยวข้องกับปีศาจ
ข้อสรุป
The 72 Demons จาก The Lesser Key of Solomon เป็นหนึ่งในคัมภีร์ที่ทรงอิทธิพลในศาสตร์แห่งเวทมนตร์และปีศาจวิทยา แม้ว่าต้นกำเนิดของพวกมันจะเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ แต่ตำนานของอสูรเหล่านี้ยังคงดึงดูดความสนใจของผู้คนในแวดวงไสยศาสตร์ วรรณกรรม และวัฒนธรรมสมัยใหม่
หากคุณสนใจศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ The 72 Demons และความลับของ The Lesser Key of Solomon คุณอาจพบว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เพียงแค่ตำนานเก่าแก่ แต่ยังสะท้อนถึงความเชื่อของมนุษย์ที่มีต่อพลังอำนาจและสิ่งเร้นลับตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา
คุณอยากให้เพิ่มรายละเอียดส่วนไหนเพิ่มเติมไหม?
ที่มาและตำนานของ The 72 Demons แห่ง The Lesser Key of Solomon
บทนำ
ในโลกแห่งเวทมนตร์และปิศาจวิทยา (Demonology) The Lesser Key of Solomon หรือ Lemegeton ถือเป็นหนึ่งในตำราโบราณที่ได้รับการกล่าวขานมากที่สุด โดยเฉพาะส่วนที่เรียกว่า Ars Goetia ซึ่งบันทึกรายชื่อของอสูร 72 ตน (The 72 Demons) ที่เชื่อกันว่ากษัตริย์โซโลมอนเคยควบคุมไว้
แต่ The Lesser Key of Solomon มาจากไหน? และทำไมอสูรทั้ง 72 ตนถึงกลายเป็นตำนานที่สำคัญในศาสตร์แห่งไสยเวท? บทความนี้จะพาคุณย้อนเวลากลับไปสำรวจรากเหง้าของตำราเล่มนี้
ต้นกำเนิดของ The Lesser Key of Solomon
แม้ว่าจะมีชื่อของกษัตริย์โซโลมอนอยู่ในชื่อของตำรา แต่ไม่มีหลักฐานว่าตำราเล่มนี้ถูกเขียนขึ้นโดยโซโลมอนจริงๆ นักวิชาการเชื่อว่ามันถูกเขียนขึ้นในยุคกลาง ราวศตวรรษที่ 17 โดยอิงจากตำราเวทมนตร์ยุคก่อนๆ ที่เก่ากว่านั้น
ต้นกำเนิดของ The Lesser Key of Solomon ได้รับอิทธิพลจากหลายแหล่ง เช่น:
-
ตำนานโซโลมอนในศาสนายิวและอิสลาม
- ใน Talmud และ Midrash มีเรื่องเล่าที่ว่าโซโลมอนได้รับแหวนวิเศษจากพระเจ้า ทำให้สามารถควบคุมอสูรและวิญญาณได้
- ในนิทาน One Thousand and One Nights (อาหรับราตรี) ก็มีการกล่าวถึงกษัตริย์โซโลมอนและพลังในการควบคุม Djinn (อสูร/ภูติ)
-
ตำราเวทมนตร์ยุคกลาง
- ตำรา Ars Notoria และ Testament of Solomon ซึ่งเป็นตำราเวทมนตร์จากศตวรรษที่ 1-3 ได้กล่าวถึงวิธีการอัญเชิญและควบคุมอสูร
- ตำราเวทมนตร์ของยุโรปในยุคกลางได้รับอิทธิพลจากอิสลามและยิว ทำให้แนวคิดเรื่อง “แหวนแห่งโซโลมอน” และอสูร 72 ตนแพร่กระจายไปยังวัฒนธรรมตะวันตก
เรื่องราวของ The 72 Demons
ในตำนาน โซโลมอนได้รับแหวนวิเศษจากเทวทูตมิคาเอล ซึ่งช่วยให้เขาสามารถควบคุมวิญญาณและอสูรได้ พระองค์ใช้พลังนี้ในการสร้างวิหารเยรูซาเล็ม โดยสั่งให้อสูรทั้ง 72 ตนมาช่วยงานและให้ความรู้เกี่ยวกับจักรวาล
ใน The Lesser Key of Solomon ได้อธิบายว่าอสูรทั้ง 72 ตนมีอำนาจแตกต่างกันไป เช่น:
- บางตนสามารถมอบความรู้และพลังเวทมนตร์
- บางตนสามารถเปิดเผยขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่
- บางตนสามารถทำให้ผู้ที่เรียกใช้ควบคุมจิตใจของผู้อื่น
เมื่อวิหารเสร็จสิ้น โซโลมอนจึงผนึกอสูรเหล่านี้ลงในภาชนะทองสัมฤทธิ์และขังไว้ใต้ดิน อย่างไรก็ตาม หลังจากที่โซโลมอนสิ้นพระชนม์ อสูรบางตนได้รับการปลดปล่อยและกระจายไปทั่วโลก
ความหมายของ The 72 Demons ในยุคกลาง
ในช่วงยุคกลาง คริสตจักรมองอสูรเหล่านี้เป็นตัวแทนของบาปและความชั่วร้าย นักเล่นแร่แปรธาตุและจอมเวทย์บางคนพยายามศึกษาอสูรเหล่านี้เพื่อแสวงหาความรู้และพลังพิเศษ
อสูรเหล่านี้ยังถูกเชื่อมโยงกับแนวคิดเรื่อง “บาป 7 ประการ” เช่น:
- Asmodeus เชื่อมโยงกับ “ราคะ”
- Mammon เชื่อมโยงกับ “ความโลภ”
- Belphegor เชื่อมโยงกับ “ความเกียจคร้าน”
The 72 Demons ในวัฒนธรรมสมัยใหม่
อสูรจาก The Lesser Key of Solomon ได้รับความนิยมในวัฒนธรรมสมัยใหม่ เช่น:
- Paimon ปรากฏตัวในภาพยนตร์ Hereditary (2018)
- Asmodeus และ Bael ปรากฏตัวในเกมและการ์ตูน เช่น Shin Megami Tensei, Supernatural, และ Dungeons & Dragons
- The Ars Goetia ถูกนำมาใช้ในนิยายและมังงะมากมาย
ข้อสรุป
ตำนานของ The 72 Demons จาก The Lesser Key of Solomon เป็นการผสมผสานระหว่างเรื่องเล่าทางศาสนา ไสยศาสตร์ และวรรณกรรมเวทมนตร์ในยุคกลาง แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานว่ากษัตริย์โซโลมอนเคยควบคุมอสูรเหล่านี้จริงๆ แต่ตำนานของพวกมันยังคงมีอิทธิพลต่อแนวคิดเรื่องเวทมนตร์และปิศาจวิทยาจนถึงปัจจุบัน
คุณคิดอย่างไรกับ The 72 Demons? คุณเชื่อว่ามันเป็นเพียงตำนาน หรือว่าอสูรเหล่านี้อาจมีตัวตนจริงๆ? แสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย!

