* กดรับ Link นิยายรสแซ่บได้ที่ปกทุกปกเลยจ้าา *

niyayZAP Related E-Books Related E-Books Related E-Books Related E-Books Series E-Books niyayZAP Related E-Books Series E-Books Series E-Books Related E-Books Series E-Books Series E-Books Related E-Books Series E-Books Related E-Books Series E-Books Series E-Books Series E-Books Related E-Books Series E-Books Related E-Books Series E-Books Series E-Books Series E-Books Series E-Books Series E-Books Series E-Books niyayZAP Series เจ้าสาวหญ้าอ่อน Series เจ้าสาวหญ้าอ่อน Series เจ้าสาวหญ้าอ่อน Series เจ้าสาวหญ้าอ่อน Series เจ้าสาวหญ้าอ่อน niyayZAP Series E-Books Series E-Books Series E-Books Series E-Books niyayZAP niyayZAP niyayZAP niyayZAP niyayZAP Related E-Books niyayZAP niyayZAP Related E-Books Series E-Books Series E-Books  Series E-Books

Thursday, February 27, 2025

The 72 Nights in the Twilight Realm [06]

แมงมุมใต้เตียง | NiyayZap

🍹

The 72 Nights in the Twilight Realm

โดย
หมื่นล้านคำรัก และ AI

©️ สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

(Duke Valefor)

ค่ำคืนแห่งเปลวไฟและสายลม

‘The 72 Nights in the Twilight Realm’

---

แสงสุดท้ายของดวงตะวันสีทองแดงจมลงสู่ขอบฟ้า ดินแดนสนธยาค่ำนี้ถูกปกคลุมด้วยหมอกบางเบา ราวกับผ้าคลุมไหมที่ลอยพลิ้วไปตามสายลมอุ่น กลิ่นดินชื้นผสมกับกลิ่นกำยานโบราณลอยคละคลุ้งในอากาศ อโฟรไดท์ย่างกรายฝ่าเงามืดของป่าโบราณ มวลหมอกลูบไล้ผิวอันเปลือยเปล่าบางส่วนของเธอราวสัมผัสจากปลายนิ้วที่เย็นเยียบแต่เร่าร้อน เสื้อคลุมผ้าไหมสีครีมของเทพีแห่งโอลิมปัสปลิวไสว เผยให้เห็นเรียวขาขาวนวลที่ส่องประกายระยิบใต้แสงจันทร์เสี้ยว เธอหยุดชะงักเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังงานที่หนักหน่วง ดิบเถื่อน และคุ้นเคย—พลังของปีศาจตนที่หกแห่งโซโลมอน Duke Valefor.

“เจ้าอยู่ที่นี่สินะ” เสียงของอโฟรไดท์ดังก้อง ทว่ามีน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฝันราวเสียงพิณที่กรีดผ่านความเงียบ “ข้าได้ยินเสียงลมหายใจของเจ้าแล้ว”

เงาร่างสูงใหญ่ปรากฏขึ้นจากม่านหมอก Valefor ไม่ใช่เพียงปีศาจที่มีพลังทำลายล้าง หากแต่เขาคือผู้นำกองทัพแห่งเงา ผู้รอบรู้ในศิลปะการต่อสู้และกลยุทธ์โบราณ ดวงตาสีแดงเพลิงของเขาจ้องมองอโฟรไดท์ราวกับจะเผาไหม้ทุกสิ่งที่ขวางหน้า ผมสีดำสนิทยาวสยายปลิวไสวตามลม กรอบหน้าคมกริบราวถูกสลักจากหินอ่อน ทว่ารอยยิ้มที่ยกมุมปากนั้นเต็มไปด้วยความหยิ่งผยองและเย้ายวน เขาสวมเสื้อเกราะหนังสีดำที่รัดแน่นกับร่างกำยำ เผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งราวนักรบผู้ผ่านสมรภูมิมาแล้วนับร้อย

“เทพีแห่งโอลิมปัส” เสียงของ Valefor ดังทุ้มต่ำราวแผ่นดินที่สั่นสะเทือน “เจ้ามาหาข้าด้วยเหตุใดกัน? หรือว่าเจ้าเริ่มเบื่อหน่ายกับการล่อลวงเหล่าปีศาจตนก่อนหน้าแล้ว?”

อโฟรไดท์หัวเราะเบาๆ เสียงนั้นใสกระจ่างราวหยดน้ำที่กระทบผิวหิน เธอก้าวเข้าใกล้เขา กลิ่นหอมหวานจากร่างกายของเธอ—ดอกกุหลาบป่าผสมน้ำผึ้ง—ลอยไปแตะจมูกของ Valefor เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ดวงตายังคงจับจ้องเธอไม่วาง

“ข้ามิได้เบื่อหน่าย” เธอเอ่ย ปลายนิ้วเรียวยาวลูบไล้ไปตามขอบเกราะของเขา “แต่ข้าสงสัย ว่าเจ้าผู้เป็นนายแห่งกองทัพและสายลม จะยอมจำนนต่อพลังแห่งความรักของข้าได้หรือไม่”

Valefor หัวเราะดังก้อง ราวเสียงฟ้าคำราม “ความรัก? สิ่งนั้นคืออาวุธของเจ้า แต่สำหรับข้า มันคือเปลวไฟที่ข้าจะใช้จุดระเบิดทุกสิ่งให้มอดไหม้”

---

**ฉากแห่งค่ำคืน**  

ทั้งสองยืนอยู่ท่ามกลางลานหินโบราณที่ถูกล้อมรอบด้วยเสาหินสูงตระหง่าน ตรงกลางคือแท่นบูชาที่ทำจากหินออบซิเดียนสีดำเงาวาว บนนั้นมีเปลวไฟสีน้ำเงินลุกไหม้อย่างลึกลับโดยไร้เชื้อเพลิง ลมพัดโหมกระหน่ำรอบตัว他们ราวกับเป็นเครื่องบรรเลงแห่งค่ำคืนอันร้อนแรง อโฟรไดท์นั่งลงบนขอบแท่นบูชา ขาข้างหนึ่งยกพาดไปอีกข้างอย่างเย่อหยิ่ง มือหนึ่งวางพิงแท่นหินเย็นเฉียบ ความร้อนจากเปลวไฟสีน้ำเงินลูบไล้ผิวของเธอจนรู้สึกถึงคลื่นแห่งความปรารถนาที่ไหลเวียนในเส้นเลือด

“เจ้าจะให้อะไรข้า หากข้าสอนศาสตร์แห่งสายลมและการต่อสู้แก่เจ้า?” Valefor ถาม ดวงตาของเขาเปล่งประกายราวดวงดาวที่กำลังจะระเบิด เขาก้าวเข้าใกล้จนร่างของทั้งคู่เกือบสัมผัสกัน อากาศรอบตัวหนักอึ้งด้วยพลังงานที่ปะทะกัน—ความเย้ายวนของเธอปะทะความดิบเถื่อนของเขา

“ข้าจะให้สิ่งที่เจ้าไม่เคยสัมผัส” อโฟรไดท์กระซิบ มือของเธอเลื่อนไปแตะที่แผ่นอกของเขา ผ่านรอยแยกของเกราะหนัง เธอสัมผัสได้ถึงหัวใจที่เต้นระรัวราวกลองศึก “ความรักที่ร้อนแรงยิ่งกว่าเปลวเพลิงของเจ้า”

Valefor จับข้อมือของเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นทั้งหยาบกระด้างและนุ่มนวลในเวลาเดียวกัน “เจ้าคิดว่าเจ้าจะควบคุมข้าได้ง่ายๆ อย่างนั้นหรือ?”

เธอยิ้มหวาน มืออีกข้างเลื่อนไปลูบไล้ที่ต้นคอของเขา ปลายนิ้วสัมผัสเส้นผมสีดำที่อ่อนนุ่มเกินคาด “ข้ามิได้ต้องการควบคุมเจ้า ข้าต้องการให้เจ้ายอมจำนนด้วยใจของเจ้าเอง”

---

**จุดเริ่มต้นของเปลวไฟ**  

Valefor ปล่อยข้อมือของเธอ แต่แทนที่จะถอยห่าง เขากลับก้มลงใกล้ใบหน้าของอโฟรไดท์ ลมหายใจร้อนผ่าวของเขากระทบผิวแก้มของเธอ กลิ่นของเขา—กลิ่นโลหะผสมควันไฟ—โอบล้อมเธอราวเปลวเพลิงที่กำลังลุกโหม เขาจับคางของเธอเบาๆ บังคับให้เธอเงยหน้าสบตาเขา

“หากเจ้าต้องการศาสตร์ของข้า เจ้าจะต้องพิสูจน์ว่าเจ้ามีค่าพอ” เขากระซิบ เสียงนั้นทั้งท้าทายและยั่วยวน “ข้าจะไม่ยอมให้เทพีผู้สูงศักดิ์อย่างเจ้าได้มันไปง่ายๆ”

อโฟรไดท์ไม่ตอบด้วยคำพูด เธอเอียงศีรษะเข้าใกล้เขา จนริมฝีปากของทั้งคู่เกือบสัมผัสกัน ความรู้สึกตื่นเต้นพุ่งพล่านในอกของเธอราวคลื่นที่ซัดเข้าฝั่ง เธอสัมผัสได้ถึงความร้อนจากร่างของเขา กล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งใต้ฝ่ามือของเธอสั่นระริกเล็กน้อยเมื่อเธอเลื่อนมือลงไปตามลำตัวของเขา

“ข้าจะพิสูจน์ให้เจ้าเห็น” เธอพูด ก่อนจะกดริมฝีปากลงบนปากของเขา

จูบนั้นร้อนแรงราวไฟป่าที่ลุกลามอย่างไม่อาจควบคุมได้ Valefor ตอบสนองด้วยความดุดัน ฝ่ามือใหญ่ของเขาจับที่เอวของเธอ ดึงร่างของเธอให้แนบชิดกับเขา อโฟรไดท์สัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของร่างกายที่กดทับเธอ กลิ่นควันไฟจากตัวเขาผสมกับกลิ่นหอมหวานของเธอจนกลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัวและเมามาย เสียงลมหายใจของทั้งคู่ดังระงม เสื้อคลุมของอโฟรไดท์เลื่อนหลุดจากไหล่ เผยให้เห็นผิวขาวนวลที่ส่องประกายใต้แสงไฟสีน้ำเงิน

---

**การเต้นรำแห่งปรารถนา**  

Valefor ผลักเธอลงนอนบนแท่นบูชา หินเย็นเฉียบสัมผัสกับแผ่นหลังของเธอ ขณะที่ร่างของเขาทาบทับลงมา ความร้อนจากตัวเขาคือสิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกเผาไหม้ทั้งเป็น เขาจูบลงที่ซอกคอของเธอ ปลายลิ้นร้อนผ่าวลากผ่านผิวของเธอราวเปลวไฟที่เลียโลม เสียงครางเบาๆ หลุดจากปากของอโฟรไดท์ เธอยกมือขึ้นโอบรอบคอของเขา นิ้วเรียวสอดเข้าไปในเส้นผมของเขา ดึงเขาลงมาใกล้ยิ่งขึ้น

“เจ้าแข็งแกร่งกว่าที่ข้าคิด” เขากระซิบข้างใบหูของเธอ เสียงนั้นสั่นเครือด้วยความปรารถนาที่เขาเองก็ไม่อาจปิดบัง

“และเจ้าก็ร้อนแรงยิ่งกว่าที่ข้าจินตนาการ” เธอตอบ มือของเธอเลื่อนลงไปปลดเกราะหนังของเขาออก เผยให้เห็นร่างกายที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากสงคราม—ร่องรอยของความดิบเถื่อนที่เธอหลงใหล เธอใช้ปลายนิ้วลากผ่านรอยแผลเหล่านั้น ราวกับกำลังวาดภาพแห่งความรักลงบนผืนผ้าที่ขรุขระ

ทั้งคู่เคลื่อนไหวราวการเต้นรำที่เร่าร้อนและอันตราย เสียงลมรอบตัวดังคำรามราวกำลังเชียร์ให้ทั้งสองปลดปล่อยทุกสิ่งที่ซ่อนไว้ Valefor จับขาของเธอยกขึ้นพาดที่สะโพกของเขา มือของเขาลูบไล้ไปตามเรียวขาของเธอ ความหยาบกระด้างของฝ่ามือตัดกับความนุ่มนวลของผิวเธออย่างลงตัว อโฟรไดท์โค้งตัวขึ้นรับสัมผัสนั้น เสียงหายใจของเธอเริ่มถี่กระชั้น

“บอกข้ามา” เขากระซิบ ดวงตาแดงเพลิงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ “เจ้ารู้สึกถึงข้าหรือไม่?”

“ข้ารู้สึกถึงเจ้า” เธอตอบ “ทุกสัมผัส ทุกความร้อน ทุกจังหวะการเต้นของหัวใจเจ้า”

---

**จุดสูงสุดแห่งค่ำคืน**  

ทั้งคู่ปลดปล่อยตัวเองสู่ห้วงแห่งความสุขที่รุนแรงและลึกล้ำ Valefor โอบกอดเธอแน่นราวกลัวว่าเธอจะหายไปเมื่อแสงแรกของรุ่งอรุณปรากฏ อโฟรไดท์นอนนิ่งอยู่ในอ้อมแขนของเขา หัวใจของเธอเต้นรัวไม่ต่างจากเขา กลิ่นเหงื่อผสมกับกลิ่นควันและดอกไม้ยังคงลอยอบอวลรอบตัว他们

เมื่อลมหายใจของทั้งคู่สงบลง Valefor ลุกขึ้นนั่ง มือของเขายังคงวางอยู่บนไหล่ของเธอ “เจ้าได้สิ่งที่เจ้าต้องการแล้ว” เขาเอ่ย เสียงนั้นนุ่มนวลผิดไปจากตอนแรก “ศาสตร์แห่งสายลมและการต่อสู้ของข้า เป็นของเจ้า”

อโฟรไดท์ยิ้ม มือของเธอแตะที่แก้มของเขา “และเจ้าก็ได้สิ่งที่เจ้าไม่เคยคาดฝัน—ความรักที่แม้แต่ปีศาจอย่างเจ้าก็ไม่อาจปฏิเสธ”

เขามองเธอเงียบๆ ก่อนจะหัวเราะเบาๆ “บางที เจ้าอาจเป็นเทพีที่อันตรายที่สุดที่ข้าเคยพบ”

“และเจ้าคือปีศาจที่ร้อนแรงที่สุดที่ข้าเคยสัมผัส” เธอตอบ ก่อนจะลุกขึ้นยืน เสื้อคลุมของเธอถูกคลุมกลับเข้าที่อย่างสง่างาม “แต่ค่ำคืนนี้ยังไม่จบ ข้าจะรอเจ้าในสนธยาครั้งหน้า”

Valefor มองตามร่างของเธอที่ค่อยๆ จางหายไปในหมอก เขาสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่เปลี่ยนไปในตัวเขา—เปลวไฟที่ไม่ได้เผาไหม้เพื่อทำลาย แต่เพื่อให้ความอบอุ่นแทน

---

**ตอนจบอันอิ่มเอม**  

เมื่ออโฟรไดท์ก้าวออกจากลานหิน เธอรู้สึกถึงพลังแห่งสายลมที่ไหลเวียนในตัวเธอ—ของขวัญจาก Valefor แต่ที่มากกว่านั้นคือความรู้สึกเต็มอิ่มในหัวใจ เธอพิสูจน์แล้วว่าแม้แต่ปีศาจที่ดิบเถื่อนที่สุดก็ยังโหยหาความรัก และเธอได้มอบมันให้เขา ไม่ใช่ด้วยการบังคับ แต่ด้วยการยอมให้เขาเลือกเอง

ค่ำคืนที่หกในดินแดนสนธยาจบลงด้วยความร้อนแรงและความอ่อนโยนที่ผสานกันอย่างลงตัว และในใจของเธอ เธอรู้ว่าการเดินทางเพื่อเผชิญหน้ากับปีศาจตนต่อไปกำลังรออยู่—พร้อมกับบทเรียนใหม่ และค่ำคืนใหม่ที่รอให้เธอจุดไฟแห่งความรักอีกครั้ง

--- 

จบตอน


The 72 Demons of Solomon: Myth, Magic.

Popular Posts