🍹The 72 Nights in the Twilight Realm
หมื่นล้านคำรัก และ AI
(President Marbas)
เปลวไฟแห่งมาร์บาส
‘The 72 Nights in the Twilight Realm’
---
ดวงตะวันสีทองแดงลับขอบฟ้า ดินแดนสนธยาคลายตัวจากแสงสว่าง กลายเป็นอาณาจักรแห่งเงามืดที่ลึกลับและชวนหลงใหล อากาศเย็นเยียบปะปนกลิ่นดอกไม้ป่าปนเปื้อนความร้อนระอุจากใต้พื้นดินราวกับลมหายใจของสิ่งมีชีวิตโบราณ Aphrodite เทพีแห่งความรักและความงามก้าวย่างอย่างสง่างามบนเส้นทางหินสีดำขลับ ร่างของเธอสวมชุดคลุมบางเบาสีขาวบริสุทธิ์ที่ลู่ลมเผยให้เห็นผิวกายเนียนนุ่มราวหยกขาว ผมสีทองประดุจแสงอาทิตย์ไหลพลิ้วตามสายลม เธอสัมผัสได้ถึงพลังงานดิบเถื่อนที่แผ่ออกมาจากทั่วทุกทิศ รุนแรงและเย้ายวนราวกับคำเชิญชวนที่ไม่อาจปฏิเสธ
เป้าหมายของเธอในค่ำคืนนี้คือ *President Marbas* ปีศาจลำดับที่ห้าจาก 72 ตนแห่งโซโลมอน ผู้ปกครองกองทัพแห่งเปลวไฟและความรู้ลึกซึ้ง ผู้ที่ตำนานเล่าขานว่าเป็นนักรบสูงศักดิ์และนักปราชญ์ที่เต็มไปด้วยความลุ่มหลงในอำนาจและความงาม เขาคือหนึ่งในผู้ทรงพลังที่สุดในดินแดนสนธยา และ Aphrodite รู้ดีว่า การเผชิญหน้ากับเขาคือการท้าทายทั้งหัวใจและร่างกายของเธอ
เมื่อเธอก้าวเข้าสู่ปราสาทหินสีนิลที่ตั้งตระหง่านท่ามกลางหมอกควันสีเทาเข้ม ประตูสูงใหญ่เปิดออกด้วยเสียงครูดหินที่ดังก้องราวคำรามของมังกร ภายในโถงกว้างขวาง เสียงน้ำหยดจากเพดานหินปูนดังติ๋งๆ สะท้อนกับแสงไฟจากคบเพลิงที่ลุกโชนตามผนัง ความร้อนจากเปลวไฟนั้นแผ่ออกมาโอบล้อมร่างเธอราวสัมผัสของคนรักที่กระหายหิว เธอสูดลมหายใจลึก รู้สึกถึงกลิ่นกำมะถันผสมกลิ่นหนังสัตว์และเครื่องเทศที่เร่าร้อนในโพรงจมูก
“เจ้ามาที่นี่เพื่ออะไร เทพีแห่งโอลิมปัส?” เสียงทุ้มลึกดังก้องจากบัลลังก์หินที่ตั้งอยู่ปลายโถง
Aphrodite หันมองไปยังที่มาของเสียงนั้น President Marbas นั่งอยู่ที่นั่น ร่างกายกำยำสูงใหญ่ราวเทวรูปที่ถูกปั้นจากหินภูเขาไฟ ผิวสีทองแดงเข้มเป็นมันวาวสะท้อนแสงไฟ ดวงตาคู่หนึ่งสีเหลืองอำพันลุกไหม้ราวเปลวเพลิงจ้องมองเธอด้วยความเย่อหยิ่งและความอยากรู้ ผมสีดำสนิทยาวสยายปกคลุมไหล่กว้าง เขาสวมเกราะหนังสีเข้มที่เผยกล้ามเนื้อแน่นตึง และที่หน้าผากมีเขาคู่หนึ่งโค้งงามราวมงกุฎแห่งอำนาจ เขาคือภาพของความป่าเถื่อนที่ได้รับการขัดเกลาด้วยความสง่างาม
“ข้ามาที่นี่เพื่อเรียนรู้” เธอตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงไว้ด้วยพลัง “และเพื่อมอบบางสิ่งที่เจ้าปรารถนาเป็นการตอบแทน”
Marbas ยกยิ้มมุมปาก เผยให้เห็นเขี้ยวแหลมคมที่แวววาว “สิ่งที่ข้าปรารถนา? เทพีผู้หยิ่งยโส เจ้าคิดว่าสามารถหยิบยื่นสิ่งใดให้ข้าได้งั้นหรือ?” เขาลุกขึ้นจากบัลลังก์ ก้าวลงมาด้วยท่วงท่าสง่างามราวสิงโตที่กำลังล่าเหยื่อ ทุกย่างก้าวของเขาส่งกลิ่นไอร้อนแผ่ออกมาใกล้เธอมากขึ้น
Aphrodite ไม่ขยับถอย เธอยืนนิ่ง มองเขาด้วยสายตาที่ทั้งท้าทายและยั่วยวน “ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ศรัทธาในพลังของความรัก แต่ข้าจะพิสูจน์ว่าแม้แต่เปลวไฟที่ร้อนแรงที่สุดก็ยังโอนอ่อนต่อสัมผัสของมันได้”
Marbas หยุดชะงักตรงหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ใกล้จนเธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวของเขา เขาก้มลงมองใบหน้าสวยหวานของเธอ ดวงตาสีฟ้าครามของ Aphrodite สะท้อนแสงไฟจากดวงตาของเขา “เจ้ากล้าดีที่มาท้าทายข้าในอาณาเขตของข้า” เขากระซิบ เสียงของเขาคล้ายเสียงคำรามเบาๆ ที่สั่นสะเทือนถึงกระดูก “แต่ข้าจะให้โอกาสเจ้า... หากเจ้าสามารถจุดไฟในตัวข้าได้ ข้าจะมอบความรู้โบราณที่เจ้าปรารถนาให้”
เธอยิ้มหวาน ดวงตาเป็นประกายราวดวงดาว “ดี ข้าจะทำให้เจ้ารู้ว่า ความรักไม่ใช่แค่คำหวาน หากแต่เป็นเปลวไฟที่เผาผลาญยิ่งกว่าไฟของเจ้าเสียอีก”
---
ค่ำคืนนั้น โถงปราสาทกลายเป็นเวทีแห่งการต่อสู้ที่ไม่มีเลือดเนื้อ มีเพียงเปลวไฟแห่งความปรารถนาที่ลุกโชน Marbas พาเธอไปยังห้องลับใต้ดินของปราสาท ห้องที่เต็มไปด้วยพรมกำมะหยี่สีแดงเข้ม โต๊ะหินแกะสลัก และบ่อน้ำร้อนที่เดือดปุดๆ กลิ่นกำมะถันผสมกลิ่นดอกไม้ป่าลอยฟุ้งในอากาศ ไฟจากคบเพลิงส่องสว่างทั่วห้อง สะท้อนเงาของทั้งคู่บนผนังหิน
“ที่นี่คือที่ที่ข้าทดสอบความจริง” เขากล่าว ขณะถอดเกราะหนังออกจนเผยให้เห็นร่างกายกำยำที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากสงคราม กล้ามเนื้อทุกส่วนตึงแน่นราวถูกหล่อจากโลหะ เขาก้าวเข้าใกล้เธอ ดวงตาลุกวาวด้วยความหิวกระหาย “พิสูจน์คำพูดของเจ้าให้ข้าเห็น”
Aphrodite ปลดชุดคลุมสีขาวลงช้าๆ ผ้าไหมบางเบาลื่นไหลลงสู่พื้นราวน้ำตกสีขาว ร่างเปลือยเปล่าของเธอส่องประกายราวไข่มุกท่ามกลางแสงไฟ ผิวเนียนนุ่มของเธอตัดกับความแข็งกร้าวของเขา เธอก้าวเข้าใกล้ วางฝ่ามือลงบนอกกว้างของเขา รู้สึกถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจากผิวหนังและจังหวะหัวใจที่เต้นแรงราวกลองศึก
“เจ้าจะรู้สึกถึงข้าก่อนที่ค่ำคืนนี้จะจบลง” เธอกระซิบ ก่อนก้มลงจูบที่อกของเขาเบาๆ รสเค็มของเหงื่อผสมกลิ่นเครื่องเทศจากผิวของเขาทำให้หัวใจเธอเต้นแรงขึ้น
Marbas คำรามเบาๆ ในลำคอ มือใหญ่ของเขาจับเอวบางของเธอไว้แน่นราวจะบดขยี้ แต่สัมผัสนั้นกลับอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด เขาก้มลงจูบเธอกลับอย่างดุดัน ปากร้อนผ่าวของเขาปะทะกับริมฝีปากนุ่มหวานของเธอ ลิ้นของเขาค้นหาและครอบครองราวนักรบที่ยึดเมือง ลมหายใจของทั้งคู่ผสานกันเป็นหนึ่ง ความร้อนจากร่างกายของเขาห่อหุ้มเธอราวเปลวไฟที่ลุกโชน
ทั้งคู่เคลื่อนไหวไปตามจังหวะของความปรารถนา ร่างกายของ Aphrodite โค้งงอราวสายลมที่พัดผ่านเปลวไฟของ Marbas มือของเธอเลื่อนไล้ไปตามกล้ามเนื้อแข็งแกร่งของเขา ขณะที่มือของเขาคลายความแข็งกร้าวลงเป็นสัมผัสที่ทั้งรุนแรงและอ่อนโยน เขากัดเบาๆ ที่ไหล่ของเธอ ทิ้งรอยแดงที่เผยให้เห็นความหิวกระหายที่ซ่อนอยู่ในตัวเขา เสียงครางของเธอผสมกับเสียงคำรามของเขา ดังก้องไปทั่วห้องลับ
น้ำในบ่อร้อนเดือดปุดๆ รอบตัวพวกเขา ไอร้อนลอยขึ้นมาปกคลุมทั้งคู่ราวหมอกแห่งความฝัน Aphrodite รู้สึกถึงพลังของ Marbas ที่แผ่ออกมาผสานกับพลังแห่งความรักของเธอ มันไม่ใช่การต่อสู้เพื่อครอบครอง หากแต่เป็นการเต้นรำของสองวิญญาณที่ต่างกันสุดขั้วแต่กลับกลมกลืนกันอย่างสมบูรณ์
เมื่อถึงจุดสูงสุดของความร้อนแรง ร่างของทั้งคู่สั่นสะท้านราวภูเขาไฟที่ระเบิด Marbas โอบกอดเธอไว้แน่น ดวงตาสีเหลืองอำพันของเขาอ่อนลงเป็นครั้งแรก “เจ้า... ไม่เหมือนสิ่งใดที่ข้าเคยเผชิญ” เขากระซิบด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า
Aphrodite ยิ้ม มือของเธอลูบไล้ใบหน้าของเขา “และเจ้าก็ไม่เหมือนสิ่งใดที่ข้าเคยสัมผัส” เธอตอบ “แต่เราต่างจุดไฟในกันและกันแล้วมิใช่หรือ?”
---
เช้าวันใหม่มาถึง ดินแดนสนธยาคลายตัวจากความมืด Marbas นั่งอยู่บนบัลลังก์ของเขา ข้างกายมี Aphrodite ที่นั่งเคียงกันราวราชินีแห่งเปลวไฟ เขามอบม้วนหนังสือโบราณให้เธอ ภายในบรรจุความรู้เรื่องการควบคุมกองทัพและการรักษาโรคภัยที่มนุษย์จะได้รับประโยชน์
“เจ้าได้สิ่งที่ต้องการแล้ว” เขากล่าว “แต่ข้าจะรอวันที่เจ้ากลับมาอีกครั้ง”
Aphrodite หัวเราะเบาๆ เสียงใสราวระฆัง “และข้าจะกลับมา เพราะเปลวไฟของเจ้ายังคงลุกไหม้ในตัวข้า” เธอจูบเขาอีกครั้ง เป็นจูบที่อ่อนโยนแต่เต็มไปด้วยคำสัญญา ก่อนที่เธอจะก้าวออกจากปราสาท มุ่งหน้าสู่ปีศาจตนต่อไป
ในใจของเธอ ความรักไม่ใช่แค่ชัยชนะ หากแต่เป็นสะพานที่เชื่อมต่อแม้กระทั่งดวงวิญญาณที่ร้อนแรงและดิบเถื่อนที่สุด และค่ำคืนนี้ เธอรู้ว่าเธอได้ทิ้งร่องรอยไว้ในดวงใจของ Marbas เช่นเดียวกับที่เขาทิ้งไว้ในดวงใจของเธอ
