* กดรับ Link นิยายรสแซ่บได้ที่ปกทุกปกเลยจ้าา *

niyayZAP Related E-Books Related E-Books Related E-Books Related E-Books Series E-Books niyayZAP Related E-Books Series E-Books Series E-Books Related E-Books Series E-Books Series E-Books Related E-Books Series E-Books Related E-Books Series E-Books Series E-Books Series E-Books Related E-Books Series E-Books Related E-Books Series E-Books Series E-Books Series E-Books Series E-Books Series E-Books Series E-Books niyayZAP Series เจ้าสาวหญ้าอ่อน Series เจ้าสาวหญ้าอ่อน Series เจ้าสาวหญ้าอ่อน Series เจ้าสาวหญ้าอ่อน Series เจ้าสาวหญ้าอ่อน niyayZAP Series E-Books Series E-Books Series E-Books Series E-Books niyayZAP niyayZAP niyayZAP niyayZAP niyayZAP Related E-Books niyayZAP niyayZAP Related E-Books Series E-Books Series E-Books  Series E-Books

Tuesday, March 4, 2025

02 ‘The 7 Nights in the Twilight Realm’ (Aphrodite & Duke Agares)

SERIES

The 72 Nights in the Twilight Realm

โดย
หมื่นล้านคำรัก และ AI

©️ สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

หมื่นล้านคำรัก | นิยาย AI เทพนิยายโรแมนซ์แฟนตาซีอิโรติก

(Aphrodite & Duke Agares)

5 ตอนจบ

**ตอนพิเศษอ่านได้เฉพาะใน eBook**

‘The 72 Nights in the Twilight Realm’

♦ ตอนที่ 1: The Cold Flame of Agares  

(การพบกันครั้งแรกของ Aphrodite และ Duke Agares)  

ลมหนาวของ Twilight Realm พัดพาความเย็นยะเยือกมาสู่ที่ราบสูงอันแห้งแล้ง ดินแดนแห่งนี้เต็มไปด้วยหินผาสีเทาที่ตั้งตระหง่านราวฟันของอสูรกายโบราณ ท้องฟ้าสีเทามัวถูกฉีกขาดด้วยฟ้าผ่าที่ส่องแสงวาบเป็นระยะ เสียงคำรามของสายลมดังก้องราวบทเพลงแห่งความโหดร้าย Aphrodite เทพีแห่งความรักและความงาม เดินฝ่าความมืดมิดด้วยท่วงท่าสง่างาม ชุดคลุมสีขาวบางเบาของเธอไหลพลิ้วตามลม ผมสีทองสว่างไสวราวแสงตะวันท่ามกลางความหม่นหมอง ดวงตาสีฟ้าครามของเธอฉายแววแห่งความมุ่งมั่นและความหยิ่งผยองที่ไม่มีผู้ใดกล้าท้าทาย  

เธอมาที่นี่เพื่อตามหาเขา—Duke Agares หนึ่งในเจ็ดสิบสองปีศาจแห่ง Solomon ผู้ครองตำแหน่งดยุกแห่งนรก เขาคืออสูรกายที่เย็นชา ดุดัน และเคร่งขรึม รูปลักษณ์ของเขาน่าสะพรึงกลัวตามตำนาน ร่างสูงเพรียวแต่เต็มไปด้วยพลังที่ซ่อนเร้น ดวงตาสีเขียวมรกตเย็นเยียบราวน้ำแข็งแห่งขุมนรก ผมสีเงินยาวถึงไหล่ไหลลื่นราวสายน้ำที่เยือก冻 เขาขี่จระเข้ยักษ์สีดำที่มีเกล็ดแหลมคมราวใบมีด และในมือของเขาถือเหยี่ยวแห่งนรกที่พร้อมฉีกทุกสิ่งเป็นเสี่ยง เขาคือภาพแห่งความสง่างามที่โหดร้าย และสำหรับ Aphrodite เขาคือกุญแจสู่เป้าหมายของเธอ—การชุบชีวิต Adonis ชายหนุ่มมนุษย์ที่หัวใจของเธอโหยหา  

“ข้าจะพบเจ้า Duke Agares” เสียงของเธอดังก้องในความเงียบ นุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยพลังแห่งความท้าทาย “ไม่ว่าเจ้าจะซ่อนตัวอยู่ในเงามืดใด ข้าจะลากเจ้ามาสู่แสงสว่าง”  

เธอหยุดฝีเท้าที่หน้าปากถ้ำขนาดมหึมา ภายในนั้นมืดมิดราวปากของความว่างเปล่า แต่พลังงานเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาบอกเธอว่าเขาอยู่ที่นี่ Aphrodite ก้าวเข้าไปโดยไม่ลังเล แสงจากชุดคลุมของเธอส่องสว่างผนังหินที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งบางๆ  

ภายในถ้ำ Duke Agares นั่งอยู่บนบัลลังก์หินที่แกะสลักอย่างประณีต จระเข้ยักษ์นอนหมอบอยู่ข้างเขา ดวงตาสีแดงของมันจ้องมองเธอด้วยความหิวโหย เหยี่ยวนรกเกาะอยู่บนแขนของเขา ขนของมันสั่นไหวราวพร้อมโผบิน Agares สวมชุดเกราะสีเงินเข้มที่สะท้อนแสงเย็นเยียบ ใบหน้าของเขางดงามแต่เย็นชาราวรูปปั้นหินอ่อน ดวงตาของเขาจ้องมองเธอโดยไม่กระพริบ  

“ข้ารู้ว่าเจ้ามา เทพี” เสียงของเขาดังลึกและเย็นเยือกราวลมที่พัดผ่านหิมะ “กลิ่นหอมของเจ้าแผ่ไปไกล แต่มันไม่สามารถละลายน้ำแข็งในตัวข้าได้”  

Aphrodite ก้าวเข้าไปใกล้โดยไม่หวั่นเกรง “ข้ามิได้มาที่นี่เพื่อละลายเจ้า แต่เพื่อข้อเสนอ” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “ข้าจะช่วยเจ้าค้นหาไอเท็มทั้งสามที่เจ้าต้องการเพื่อปลดปล่อยตัวเองจากพันธนาการของ Solomon แต่เจ้าจะต้องสอนข้าศาสตร์ลึกลับแห่งนรก เพื่อที่ข้าจะได้ชุบชีวิตคนที่ข้ารัก”  

Agares หัวเราะ เสียงนั้นเย็นชาและคมกริบราวใบมีดที่ตัดผ่านอากาศ “ข้อเสนอจากเทพีแห่งความรัก? เจ้าคิดว่าข้าจะยอมรับสิ่งที่ไร้สาระเช่นนั้น?” เขาลุกขึ้นจากบัลลังก์ ร่างสูงเพรียวของเขาเคลื่อนไหวอย่างสง่างามแต่เต็มไปด้วยพลังที่กดดัน “ความรักของเจ้าเป็นเพียงภาพลวงตา ข้าไม่ต้องการมัน”  

“แต่เจ้าต้องการเสรีภาพ” เธอตอบกลับอย่างรวดเร็ว “และข้าสามารถมอบมันให้เจ้าได้เร็วกว่าที่เจ้าจะทำได้ด้วยตัวเอง” เธอก้าวเข้าไปใกล้จนร่างของเธออยู่ห่างจากเขาเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นหอมหวานของเธอปะทะกับกลิ่นน้ำแข็งจากตัวเขา  

Agares จ้องเธอด้วยสายตาที่เย็นเยือก “เจ้ารักมนุษย์ผู้นั้นมากถึงเพียงนี้? Adonis ผู้ที่อ่อนแอและไร้ค่าในสายตาของข้า” เขายื่นมือไปสัมผัสปลายผมสีทองของเธอ นิ้วที่เย็นเฉียบของเขาสัมผัสเส้นผมนั้นราวน้ำแข็งที่เลียเปลวไฟ “เจ้ายอมลดตัวลงมาเพื่อสิ่งที่ตายไปแล้ว”  

Aphrodite ไม่ถอยหนี เธอเงยหน้าขึ้นเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยไฟแห่งความมุ่งมั่น “ความรักคือพลังที่เจ้าไม่เข้าใจ Agares มันคือแสงสว่างที่เผาไหม้แม้ในความมืดมิดที่สุด และเจ้าเองก็หนีมันไม่พ้น”  

“แสงสว่าง?” เขาเยาะเย้ย “ข้าไม่ต้องการแสง ข้าต้องการเพียงอิสรภาพจากโซ่ตรวนของ Solomon ความรักของเจ้าเป็นเพียงคำโกหกที่มนุษย์และเทพใช้หลอกตัวเอง”  

“ถ้ามันเป็นคำโกหก เหตุใดเจ้าถึงยังรู้สึกถึงข้า?” เธอถาม น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยความท้าทาย “ข้าสัมผัสได้ถึงความเย็นในตัวเจ้า แต่ใต้ความเย็นนั้นมีบางสิ่งที่รอวันถูกปลุกให้ตื่น”  

Agares เงียบไปชั่วขณะ ดวงตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ เขาสัมผัสได้ถึงพลังดึงดูดที่แผ่ออกมาจากร่างของเธอ มันไม่ใช่แค่ความงามที่ตาเห็น แต่เป็นบางอย่างที่ทำให้แม้แต่หัวใจอันเย็นชาของเขาสั่นไหว เขาเกลียดความรู้สึกนั้น แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ปฏิเสธมันไม่ได้  

“ดี” เขากล่าวในที่สุด “ข้าจะยอมรับข้อตกลงของเจ้า เทพี แต่ถ้าเจ้าคิดจะหลอกข้า ข้าจะแช่แข็งเจ้าให้กลายเป็นน้ำแข็งชั่วนิรันดร์”  

Aphrodite ยิ้ม มันเป็นรอยยิ้มที่ทั้งเย้ายวนและท้าทาย “ข้าจะไม่กลัวเจ้า Agares เพราะข้ารู้ว่าในตัวเจ้ามีบางสิ่งที่รอวันถูกละลาย”  

ทั้งสองยืนเผชิญหน้ากันในความเงียบ ท่ามกลางแสงสลัวที่ส่องผ่านรอยแตกของถ้ำ กลิ่นหอมของเธอปะทะกับกลิ่นน้ำแข็งจากตัวเขา มันคือจุดเริ่มต้นของการเดินทาง—การเดินทางที่ไม่เพียงแต่จะเปลี่ยนโชคชะตาของพวกเขา แต่ยังจุดประกายไฟแห่งความปรารถนาที่ซ่อนอยู่ในความเย็นชา  

วันรุ่งขึ้น พวกเขาออกเดินทางด้วยกัน Aphrodite เดินเคียงข้าง Agares ผ่านที่ราบสูงที่เต็มไปด้วยหินผาและลมหนาว เขาขี่จระเข้ยักษ์อย่างสง่างาม ขณะที่เธอเดินด้วยฝีเท้าที่มั่นคง สายตาของเขามองมาที่เธอเป็นระยะ ความเย็นจากร่างของเขาทำให้อากาศรอบตัวสั่นสะเทือน  

“เจ้าคิดว่าความรักคืออะไรกันแน่?” เธอถามขณะที่ทั้งสองหยุดพักใกล้หน้าผาที่มองลงไปยังหุบเขามืดมิด เสียงลมคำรามดังก้องรอบตัว  

Agares นั่งลงบนหิน มองไปยังขอบฟ้าด้วยสายตาที่เย็นชา “มันคือความอ่อนแอ เป็นโซ่ตรวนที่ทำให้ผู้คนยอมจำนน”  

“แต่ถ้ามันไร้ค่า เหตุใดเจ้าถึงยังจ้องมองข้าด้วยสายตาเช่นนั้น?” เธอก้มลงไปใกล้เขา มือของเธอสัมผัสหินข้างตัวเขาเบาๆ “ข้าสัมผัสได้ถึงบางอย่างในตัวเจ้า มันไม่ใช่แค่ความเย็น”  

เขาหันมามองเธออย่างรวดเร็ว “เจ้าเห็นภาพลวงตาที่เจ้าเองสร้างขึ้นมา” เขากล่าว แต่สายตาของเขากลับหยุดอยู่ที่ใบหน้าของเธอนานเกินกว่าที่เขาจะปฏิเสธ  

Aphrodite หัวเราะเบาๆ เสียงนั้นใสกระจ่างราวหยาดน้ำที่ตกลงบนน้ำแข็ง “เจ้าเรียกมันว่าอะไรก็ได้ตามใจ แต่สิ่งที่เจ้ารู้สึกคือจุดเริ่มต้นของบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่ และข้าจะพิสูจน์มันให้เจ้าเห็น”  

Agares ไม่ตอบ แต่ลึกๆ ในใจ เขารู้ว่าเธอพูดถูกบางส่วน และนั่นคือสิ่งที่เขาเกลียดที่สุด  

เมื่อค่ำคืนมาเยือน พวกเขาตั้งแคมป์ใต้ร่มเงาของหินผาขนาดใหญ่ Aphrodite นอนลงบนผ้าห่มที่ทอจากเส้นใยแห่งเมฆ ขณะที่ Agares นั่งเฝ้ามองเธอจากระยะไกล ร่างของเธอในชุดบางเบานั้นงดงามราวภาพฝันท่ามกลางแสงจันทร์ เขารู้สึกถึงความปรารถนาที่เริ่มก่อตัวในอก แต่เขาก็รู้ว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น  

และสำหรับ Aphrodite เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่การต่อรอง—มันคือการเดินทางที่อาจละลายน้ำแข็งในหัวใจของทั้งคู่  

---

♦ ตอนที่ 2: The Shard of Frost  

(การตามหาไอเท็มชิ้นแรกและความเย็นที่เริ่มละลาย)  

แสงจันทร์สีเงินสาดส่องลงมาบนที่ราบน้ำแข็งอันกว้างใหญ่ของ Twilight Realm พื้นผิวน้ำแข็งเรียบเนียนสะท้อนดวงดาวราวกระจกแห่งความมืด ลมหายใจของลมหนาวพัดพาเกล็ดหิมะเล็กๆ ปลิวว่อนในอากาศ Aphrodite เดินนำหน้าด้วยท่วงท่าสง่างาม ชุดคลุมสีขาวของเธอพลิ้วไหวราวเมฆหมอกที่ลอยผ่านพายุหิมะ ผมสีทองของเธอสว่างไสวแม้ในความมืดมิด ดวงตาสีฟ้าครามฉายแววแห่งความมุ่งมั่น Duke Agares เดินตามหลัง ร่างสูงเพรียวของเขาดูสง่างามแต่เย็นชา จระเข้ยักษ์ของเขาก้าวเคียงข้างอย่างเงียบเชียบ เกล็ดสีดำของมันสะท้อนแสงจันทร์ราวใบมีดที่ขัดเงา เหยี่ยวนรกเกาะอยู่บนไหล่ของเขา ขนของมันสั่นไหวตามลมหนาว  

“เจ้าจะพาข้าไปที่ใด เทพี?” เสียงของ Agares ดังลึกและเย็นเยือกราวน้ำแข็งที่แตกตัว “หรือเจ้ากำลังหลงทางในดินแดนแห่งความหนาวเหน็บนี้?”  

Aphrodite หันกลับมามองเขา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ฉายบนใบหน้าที่งดงามราวดอกไม้ที่บานท่ามกลางหิมะ “ข้าพาเจ้าไปหา 'Shard of Frost' ชิ้นส่วนน้ำแข็งแห่งนรกที่ซ่อนอยู่ในถ้ำลึกของที่ราบนี้ มันคือหนึ่งในสามไอเท็มที่เจ้าต้องการมิใช่หรือ?” เธอก้าวเข้าไปใกล้เขา มือของเธอยกขึ้นแตะที่เกราะสีเงินของเขาเบาๆ “หรือเจ้ากลัวว่าความเย็นของเจ้าจะถูกข้าละลาย?”  

Agares จ้องเธอด้วยสายตาที่เย็นชา เขาคว้ามือของเธอไว้ในกำปั้นที่เย็นเฉียบของเขา “อย่าคิดว่าเจ้าจะทำให้ข้าสั่นไหวได้” เขากล่าว แต่สัมผัสของเธอ—นุ่มนวลและอบอุ่น—ทำให้บางสิ่งในตัวเขาสั่นสะเทือน เขากระชากมือออกอย่างรวดเร็ว แต่ความรู้สึกนั้นยังคงหลงเหลืออยู่ในใจ  

ทั้งสองเดินทางต่อไปจนถึงปากถ้ำที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ผาน้ำแข็งขนาดมหึมา ผนังถ้ำถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งใสที่สะท้อนแสงราวคริสตัล บานประตูน้ำแข็งปิดตายด้วยตราประทับเวทมนตร์ที่สลักด้วยอักขระสีเงิน  

“นี่คือที่ที่ 'Shard of Frost' ถูกเก็บไว้” Aphrodite กล่าวขณะสัมผัสตราประทับนั้น “แต่เวทมนตร์นี้เย็นเยือกเกินกว่าที่ข้าจะคลายได้เพียงลำพัง”  

Agares ก้าวไปข้างหน้า เขายกมือขึ้น ปลดปล่อยพลังแห่งความเย็นจากตัวเขา อากาศรอบตัวเย็นลงจนลมหายใจของทั้งสองกลายเป็นไอขาว “ถ้าอย่างนั้นข้าจะแช่แข็งมันให้แตกสลาย” เขากล่าว พลังของเขาพุ่งเข้าไปที่ประตู แต่ตราประทับนั้นยังคงไม่ขยับเขยื้อน  

Aphrodite หัวเราะเบาๆ “ความเย็นของเจ้าใช้ไม่ได้กับทุกสิ่งหรอกนะ Agares” เธอวางมือลงบนตราประทับ พลังงานสีทองอ่อนไหลออกจากปลายนิ้วของเธอ “มันต้องการพลังแห่งความรักและความปรารถนาร่วมกันถึงจะเปิดได้”  

Agares ขมวดคิ้ว “เจ้ากำลังบอกว่าข้าต้องช่วยเจ้า... ด้วยความรัก?” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยการเยาะเย้ย  

“หรืออะไรก็ตามที่เจ้าเรียกมัน” เธอตอบด้วยน้ำเสียงยั่วยวน “วางมือของเจ้ามาที่นี่ ตรงที่ข้าสัมผัส แล้วปล่อยให้พลังของเรารวมกัน”  

เขาลังเล แต่สุดท้ายก็ยอมทำตาม มือเย็นเฉียบของเขาวางทับมือของเธอ ความเย็นจากตัวเขาชนกับความอบอุ่นของเธอ เกิดเป็นแสงสว่างสีเงินทองที่พุ่งออกจากตราประทับ ประตูน้ำแข็งค่อยๆ ละลายลง เผยให้เห็นห้องโถงที่เต็มไปด้วยเกล็ดน้ำแข็งที่ลอยวนอยู่ในอากาศ  

ภายในห้องโถง 'Shard of Frost' วางอยู่บนแท่นน้ำแข็ง ชิ้นส่วนนั้นใสราวคริสตัล แต่แผ่ออกพลังเย็นยะเยือกที่ทำให้แม้แต่ลมหายใจของ Aphrodite สั่นสะท้าน เธอก้าวไปข้างหน้า แต่ทันใดนั้นพื้นน้ำแข็งก็แตกออก สิ่งมีชีวิตที่ทำจากน้ำแข็ง—คล้ายหมาป่าขนาดยักษ์—พุ่งออกมาจากใต้พื้น กรงเล็บและเขี้ยวของมันแหลมคมราวใบมีด  

“ดูเหมือนเราจะมีแขก” Agares กล่าว เขาสั่งให้จระเข้ยักษ์โจมตี หมาป่าน้ำแข็งตัวแรกถูกฉีกเป็นเสี่ยงๆ แต่ตัวอื่นๆ ยังคงพุ่งเข้ามา Aphrodite โบกมือเรียกสายลมแห่งความเย้ายวนที่ทำให้หมาป่าชะงักไปชั่วขณะ ช่วยให้ Agares จัดการได้ง่ายขึ้น  

ทั้งสองต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ ท่ามกลางเสียงน้ำแข็งที่แตกกระจายและลมหนาวที่คำราม มีชั่วขณะหนึ่งที่ Agares ใช้ร่างของเขาเป็นโล่ ป้องกันเธอจากกรงเล็บของหมาป่าตัวสุดท้าย ร่างเย็นชาของเขากระแทกเข้ากับเธอ ความเย็นจากตัวเขาทำให้ผิวของเธอรู้สึกชา  

“ระวังตัวด้วย” เขากล่าว แต่สายตาของเขากลับอ่อนลงเมื่อมองเธอ  

“ข้าคิดว่าเจ้าจะดีใจถ้าข้าตายเสียอีก” เธอตอบพร้อมยิ้มเจ้าเล่ห์  

เมื่อหมาป่าตัวสุดท้ายล้มลง ทั้งสองหอบหายใจท่ามกลางเกล็ดน้ำแข็งที่ปลิวว่อน Aphrodite เดินไปหยิบ 'Shard of Frost' ขึ้นมา ชิ้นส่วนนั้นเย็นจนเธอรู้สึกถึงความเจ็บที่ปลายนิ้ว “ชิ้นแรกเป็นของเราแล้ว” เธอกล่าวพร้อมหันมามองเขา  

Agares พยักหน้า แต่สายตาของเขาจับจ้องที่ใบหน้าของเธอ “เจ้าไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ จริงๆ” เขากล่าว น้ำเสียงของเขาเย็นชาแต่แฝงไปด้วยความชื่นชม  

“และเจ้าก็แข็งแกร่งกว่าที่ข้าคิด” เธอตอบ เธอวาง 'Shard of Frost' ลงข้างๆ แล้วก้าวเข้าไปใกล้เขา “เราควรฉลองชัยชนะเล็กๆ นี้กันสักหน่อย มิใช่หรือ?”  

Agares ขมวดคิ้ว “ฉลอง? เจ้าจะให้ข้าทำอะไร? โยนเกล็ดหิมะใส่เจ้า?”  

Aphrodite หัวเราะ เสียงนั้นใสราวหยาดน้ำที่ตกลงบนน้ำแข็ง เธอก้าวเข้าไปใกล้จนร่างของเธอเกือบสัมผัสกับเขา “ไม่ ข้าคิดถึงบางอย่างที่... อบอุ่นกว่านั้น” เธอยกมือขึ้นลูบไล้ที่แขนของเขาเบาๆ ความอบอุ่นจากปลายนิ้วของเธอตัดกับความเย็นของเกราะเขา  

Agares รู้สึกถึงบางสิ่งที่ไหลผ่านตัวเขา—ความรู้สึกที่ไม่ใช่แค่ความเย็น เขาคว้าข้อมือของเธอไว้ “เจ้ากำลังยั่วไฟที่เจ้าไม่รู้จัก เทพี” เสียงของเขาแหบพร่า  

“ข้าชอบไฟ” เธอกระซิบ โน้มตัวเข้าใกล้จนลมหายใจของเธอสัมผัสกับใบหูของเขา “แม้ว่ามันจะซ่อนอยู่ในน้ำแข็ง”  

ชั่วขณะนั้น ห้องโถงเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหายใจของทั้งสองที่ดังขึ้น Agares รู้สึกถึงความอบอุ่นจากร่างของเธอที่แผ่ออกมา มันขัดแย้งกับความเย็นในตัวเขา แต่กลับทำให้เขารู้สึกถึงบางอย่างที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน เขาปล่อยข้อมือของเธอ แต่แทนที่จะถอยห่าง เขากลับโน้มตัวลง มือข้างหนึ่งวางลงบนเอวของเธออย่างแผ่วเบา  

“เจ้าจะเสียใจที่ยั่วข้า” เขากล่าว แต่ในน้ำเสียงนั้นมีความปรารถนาที่เขาไม่อาจซ่อนได้  

Aphrodite ยิ้ม “ข้าจะเสียใจก็ต่อเมื่อเจ้าไม่ตอบสนอง” เธอยกมือขึ้นลูบไล้ที่คอของเขา นิ้วของเธอสัมผัสกับผิวที่เย็นเฉียบของเขา “บอกข้าสิ Agares เจ้าไม่รู้สึกอะไรเลยจริงๆ หรือ?”  

เขาคำรามเบาๆ ในลำคอ ความอดทนของเขาถึงขีดสุด เขาดึงเธอเข้ามาใกล้จนร่างของทั้งสองแนบชิดกัน ความเย็นจากตัวเขาผสมผสานกับความอบอุ่นของเธอราวน้ำแข็งและเปลวไฟที่หลอมรวมกัน เขาก้มลงจนลมหายใจเย็นเฉียบของเขาสัมผัสกับใบหน้าของเธอ “เจ้าเป็นอันตรายที่ข้าควรหลีกเลี่ยง”  

“แต่เจ้าก็หนีข้าไม่พ้น” เธอกระซิบ ก่อนผละออกจากเขาอย่างแผ่วเบา หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้น—สิ่งที่เขาไม่เคยคิดว่าจะเป็นไปได้  

ค่ำคืนนั้น ทั้งสองตั้งแคมป์ใกล้ถ้ำน้ำแข็ง แสงจันทร์สาดส่องลงมาบนร่างของ Aphrodite ที่นอนอยู่บนผ้าห่มนุ่ม Agares นั่งเฝ้ามองจากระยะไกล ถือ 'Shard of Frost' ไว้ในมือ แต่สายตาของเขากลับจับจ้องที่เธอ ร่างของเธอในชุดบางเบานั้นงดงามราวเทพธิดาแห่งแสงสว่าง ความปรารถนาในใจของเขาเริ่มก่อตัวเป็นพายุที่ซ่อนอยู่ในความเย็น  

“นอนลงเถอะ” เธอกล่าวโดยไม่ลืมตา “หรือเจ้ากลัวว่าข้าจะละลายน้ำแข็งของเจ้าในฝัน?”  

Agares ไม่ตอบ แต่เขารู้ดีว่า การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงไอเท็มที่เขาต้องการ—มันยังมีบางอย่างที่กำลังละลายกำแพงน้ำแข็งในตัวเขา และเขาทั้งเกลียดและโหยหามันในเวลาเดียวกัน  

--- 

---

♦ ตอนที่ 4: Seven Nights of Frost and Flame  

(พิธีปลดปล่อยและความหลงใหลที่ละลายน้ำแข็ง)  

แสงจันทร์สีเงินสาดส่องลงมาบนวิหารน้ำแข็งที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาลึกของ Twilight Realm เสาหินน้ำแข็งสูงตระหง่านสะท้อนแสงราวคริสตัลที่ลุกโชนด้วยความเย็น ผนังของวิหารถูกปกคลุมด้วยเกล็ดน้ำแข็งที่สลักลวดลายโบราณ ตรงกลางมีแท่นบูชาน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่แผ่ออกพลังเย็นยะเยือก สถานที่แห่งนี้คือจุดสุดท้ายของการเดินทางเพื่อปลดปล่อย Duke Agares จากพันธนาการแห่งแหวนของ Solomon Aphrodite และ Agares ยืนเคียงข้างกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่หนักอึ้งด้วยพลังงานลึกลับและความตึงเครียดที่สัมผัสได้  

Aphrodite วาง 'Shard of Frost' และ 'Crown of Ice' ลงบนแท่นบูชา ชิ้นส่วนน้ำแข็งใสนั้นสั่นไหวราวมีชีวิต ขณะที่มงกุฎน้ำแข็งแผ่ออกไอเย็นที่ทำให้ลมหายใจของเธอกลายเป็นไอขาว ไอเท็มชิ้นที่สาม—'Ring of Chains'—อยู่ในมือของ Agares แหวนนั้นทำจากโลหะสีเงินเข้มที่สลักด้วยอักขระแห่งนรก มันคือโซ่ตรวนที่ผูกมัดเขาไว้กับคำสั่งของ Solomon และเขาพร้อมที่จะทำลายมันทิ้ง  

“นี่คือขั้นตอนสุดท้าย” Aphrodite กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยพลัง “เราจะรวมพลังของทั้งสามสิ่งนี้เพื่อคลายพันธนาการของเจ้า แต่มันต้องการมากกว่าเวทมนตร์ มันต้องการ... หัวใจ” เธอหันมามองเขา ดวงตาสีฟ้าครามสะท้อนแสงจันทร์ราวกระจกแห่งความเย้ายวน  

Agares ขมวดคิ้ว ดวงตาสีเขียวมรกตของเขาลุกโชนด้วยความสงสัย “หัวใจ? เจ้ากำลังบอกว่าข้าต้องยอมให้เจ้าเข้าไปในส่วนที่ข้าปิดตาย?” เขากำแหวนในมือแน่นจนข้อนิ้วของเขาขาวซีด “ข้าไม่เคยยอมให้ใครละลายน้ำแข็งของข้า”  

Aphrodite ก้าวเข้าไปใกล้ ร่างของเธอแผ่ออกกลิ่นหอมหวานราวดอกไม้ที่บานในหิมะ “ไม่ใช่การยอมจำนน แต่เป็นการปลดปล่อย” เธอวางมือลงบนหน้าอกของเขา ความอบอุ่นจากปลายนิ้วของเธอตัดกับความเย็นของเกราะเขา “เจ้ารู้สึกถึงมันแล้วมิใช่หรือ? ความร้อนที่ซ่อนอยู่ในความเย็นของเจ้า”  

Agares คำรามเบาๆ เขาคว้ามือของเธอไว้ “เจ้าเป็นอันตรายเกินกว่าที่ข้าจะยอมรับ” เขากล่าว แต่ในน้ำเสียงนั้นมีความปรารถนาที่เขาไม่อาจปิดบังได้อีกต่อไป  

พิธีเริ่มต้นขึ้น Aphrodite ร่ายมนต์โบราณด้วยน้ำเสียงไพเราะราวบทเพลงแห่งโอลิมปัส พลังงานสีทองอ่อนไหลออกจากตัวเธอเข้าไปในแท่นบูชา Agares วาง 'Ring of Chains' ลงข้างไอเท็มทั้งสอง แล้วปลดปล่อยพลังแห่งความเย็นจากตัวเขา พลังทั้งสองปะทะกันก่อนจะหลอมรวมเป็นเกลียวแสงสีเงินทองที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า อักขระบนแท่นบูชาเริ่มสว่างวาบราวถูกจุดด้วยเปลวไฟลึกลับ  

แต่ทันใดนั้น Agares ก็ทรุดลงคุกเข่าหนึ่งข้าง ร่างของเขาสั่นสะท้านราวถูกแช่แข็งจากภายใน ความเจ็บปวดจากการคลายพันธนาการท่วมท้นเขา เขากัดฟันแน่น เสียงคำรามแหบพร่าดังออกมาจากลำคอ “มันกำลังฉีกข้าออกเป็นเสี่ยงๆ”  

Aphrodite หยุดร่ายมนต์ทันที เธอคุกเข่าลงข้างเขา มือของเธอประคองใบหน้าที่เย็นเฉียบของเขา “ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าเผชิญมันเพียงลำพัง” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทั้งอ่อนโยนและเด็ดเดี่ยว “ปล่อยให้ข้าช่วยเจ้า”  

“ช่วย?” เขาหัวเราะอย่างขมขื่น “เจ้าจะทำอะไรได้?”  

เธอไม่ตอบด้วยคำพูด เธอดึงร่างของเขาขึ้นมา ร่างของเธอแนบชิดกับเขา ความอบอุ่นจากผิวของเธอซึมซาบเข้าไปในตัวเขาเพื่อบรรเทาความเจ็บปวด “ปล่อยให้ข้าเป็นไฟในความเย็นของเจ้า” เธอกระซิบ ก่อนกดริมฝีปากลงบนหน้าผากของเขาเบาๆ  

สัมผัสนั้นราวกับหยาดน้ำที่ตกลงบนน้ำแข็งอันเย็นเยือก Agares รู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ค่อยๆ จางลง ถูกแทนที่ด้วยความร้อนที่ลุกลามจากจุดที่ริมฝีปากของเธอสัมผัส เขาคว้าร่างของเธอเข้ามาใกล้ มือใหญ่ของเขาวางลงบนเอวของเธอ ดึงเธอลงไปนอนบนแท่นบูชาที่เย็นเยียบ  

“เจ้ากำลังละลายข้า” เขากล่าว ลมหายใจเย็นเฉียบของเขาสัมผัสกับผิวคอของเธอ “และข้าเกลียดที่ข้าต้องการมัน”  

Aphrodite ยิ้ม มือของเธอลูบไล้ไปตามไหล่ของเขา “แล้วปล่อยให้มันละลายเราทั้งคู่” เธอโน้มตัวขึ้น ริมฝีปากของเธอสัมผัสกับคอของเขา ความนุ่มนวลของเธอปลุกเร้าความร้อนที่ซ่อนอยู่ในตัวเขาให้ลุกโชน  

แสงจากพิธีสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่แค่พลังแห่งเวทมนตร์—มันคือพลังแห่งความหลงใหลที่ทั้งสองมอบให้กัน Agares ก้มลง ร่างของเขาทาบทับเธออย่างนุ่มนวล มือของเขาลูบไล้ไปตามส่วนโค้งของร่างกายเธอผ่านชุดคลุมบางๆ ความเย็นจากปลายนิ้วของเขาแทรกซึมเข้าไปในผิวของเธอราวหยาดน้ำแข็งที่เลียเปลวไฟ  

“เจ้ารู้สึกถึงข้ามิใช่หรือ?” เธอกระซิบ ดวงตาของเธอปิดลง ขนตายาวสั่นไหวราวปีกนก “ทุกสัมผัส ทุกความเย็น”  

เขาไม่ตอบ เขาก้มลงจูบที่ไหล่ของเธอ ริมฝีปากเย็นเฉียบของเขาสัมผัสกับผิวอุ่นของเธอ ความรู้สึกนั้นแผ่ออกไปทั่วร่างของเธอราวคลื่นน้ำที่ซัดเข้าหาน้ำแข็ง เขาลูบไล้ไปตามแขนของเธอ ปลายนิ้วของเขาสัมผัสผิวของเธออย่างแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยพลัง กลิ่นน้ำแข็งจากตัวเขาผสมผสานกับกลิ่นหอมหวานของเธอราวหมอกและดอกไม้ที่หลอมรวมกัน  

เจ็ดวันเจ็ดคืนผ่านไปบนแท่นบูชานั้น เวลาดูเหมือนหยุดนิ่ง มีเพียงทั้งสองที่เคลื่อนไหวท่ามกลางแสงจันทร์และน้ำแข็ง ร่างของ Aphrodite อ่อนนุ่มราวเมฆหมอกที่ลอยวนรอบตัวเขา ขณะที่ร่างของ Agares แข็งแกร่งราวหินน้ำแข็งที่ปกป้องเธอจากโลกภายนอก เสียงหายใจของเธอดังแผ่วเบาราวลมกระซิบ ขณะที่เสียงคำรามต่ำๆ ของเขาดังก้องราวพายุที่ซ่อนอยู่ในอก  

ทุกสัมผัสของเขาคือน้ำแข็งที่ละลายลงบนผิวของเธอ ทุกการเคลื่อนไหวของเธอคือเปลวไฟที่จุดความร้อนในตัวเขา มันไม่ใช่แค่การปลดปล่อยจากพันธนาการของ Solomon แต่เป็นการปลดปล่อยจากกำแพงน้ำแข็งที่เขาสร้างขึ้นในใจตนเอง  

วันที่เจ็ด เมื่อแสงแรกของรุ่งอรุณสาดส่องลงมา พิธีสิ้นสุดลง 'Ring of Chains' แตกสลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งที่ปลิวไปตามสายลม Agares ลุกขึ้นยืน ร่างของเขาสั่นสะท้านด้วยพลังแห่งเสรีภาพที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน เขาหันมามอง Aphrodite ที่นอนอยู่บนแท่นบูชา ร่างของเธองดงามราวภาพฝันภายใต้แสงตะวันแรก  

“เจ้าให้อะไรข้ามากกว่าที่ข้าคาดคิด” เขากล่าว เสียงของเขาแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยความจริงใจ “ข้าเป็นอิสระแล้ว เพราะเจ้า”  

Aphrodite ลุกขึ้นนั่ง ชุดคลุมของเธอเลื่อนลงเผยให้เห็นไหล่ขาวเนียน “และเจ้าก็ให้ข้าบางอย่างเช่นกัน” เธอยิ้ม รอยยิ้มนั้นทั้งอ่อนโยนและเย้ายวน “เจ็ดคืนนี้ไม่ใช่แค่การปลดปล่อยเจ้า แต่มันคือสิ่งที่ข้าจะจดจำไปตลอดกาล”  

Agares ก้าวเข้าไปใกล้ เขายกมือขึ้นลูบไล้ที่แก้มของเธอ “เจ้าเป็นไฟที่ละลายน้ำแข็งของข้า”  

เธอจับมือของเขาไว้แนบกับใบหน้าของเธอ “และเจ้าก็เป็นน้ำแข็งที่ทำให้ไฟของข้าสงบ”  

ทั้งสองยืนอยู่อย่างนั้นท่ามกลางแสงรุ่งอรุณ ความร้อนและความเย็นหลอมรวมกันเป็นหนึ่ง มันไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของบางสิ่งที่ลึกซึ้งและน่าหลงใหลเกินกว่าคำพูดจะอธิบาย  

--- 

---

♦ ตอนที่ 5: Dawn of the Melting Frost  

(การจากลาและคำสัญญาแห่งเจ็ดคืน)  

แสงตะวันยามเช้าสาดส่องลงมาบนวิหารน้ำแข็งของ Twilight Realm ทอประกายสีทองอ่อนลงบนแท่นบูชาที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นพยานแห่งพิธีปลดปล่อย เกล็ดน้ำแข็งของ 'Ring of Chains' ที่แตกสลายได้ปลิวหายไปตามสายลมแล้ว เหลือเพียง 'Shard of Frost' และ 'Crown of Ice' ที่วางอยู่อย่างสงบราวเครื่องหมายแห่งชัยชนะ Duke Agares ยืนสูงสง่าท่ามกลางแสงรุ่งอรุณ ร่างเพรียวของเขาดูสง่างามยิ่งขึ้นเมื่อปราศจากโซ่ตรวนแห่งพันธนาการ จระเข้ยักษ์นอนหมอบอยู่ข้างเขา เหยี่ยวนรกเกาะบนไหล่ ดวงตาสีเขียวมรกตของเขาฉายแววแห่งเสรีภาพที่เขาโหยหามานานนับพันปี  

Aphrodite ยืนอยู่ไม่ไกล ชุดคลุมสีขาวของเธอไหลพลิ้วตามสายลม ผมสีทองสะท้อนแสงตะวันราวม่านทองคำที่ลอยวน ดวงตาสีฟ้าครามของเธอมองไปยัง Agares ด้วยความรู้สึกที่ผสมผสาน—ความภูมิใจ ความผูกพัน และบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าเธอจะยอมรับ  

“เจ้าเป็นอิสระแล้ว” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลราวสายลมยามเช้า “พันธนาการของ Solomon ไม่มีอำนาจเหนือเจ้าอีกต่อไป”  

Agares หันมามองเธอ ร่างสูงเพรียวของเขาเคลื่อนเข้ามาใกล้จนเงาของเขาทาบทับร่างของเธอ “เพราะเจ้า” เขากล่าว เสียงของเขาเย็นเยือกแต่เต็มไปด้วยความจริงใจที่เขาไม่เคยเผยให้ใครเห็น “ข้าคิดว่าเจ้ามาเพื่อใช้ข้า แต่เจ้ากลับละลายบางอย่างในตัวข้าที่ข้าไม่เคยรู้ว่ามีอยู่”  

Aphrodite ยิ้ม รอยยิ้มนั้นทั้งอ่อนโยนและเจ้าเล่ห์ “และเจ้าก็ให้ข้ามากกว่าที่ข้าคาด Agares ข้าได้เรียนรู้ศาสตร์ลึกลับจากเจ้า และที่สำคัญกว่านั้น...” เธอหยุดชะงัก มือของเธอยกขึ้นสัมผัสที่หน้าอกของเขา ความเย็นจากตัวเขาซึมซาบผ่านปลายนิ้วของเธอ “ข้าได้เห็นว่าแม้แต่หัวใจที่เย็นชาที่สุดก็ยังมีความร้อนซ่อนอยู่”  

เขาคว้ามือของเธอไว้แนบกับหน้าอกของเขา ดวงตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ “เจ้าเปลี่ยนข้า เทพี ข้าไม่รู้ว่ามันคือความรัก หรือเพียงไฟที่เจ้านำมาเผาน้ำแข็งของข้า แต่ข้ารู้ว่ามันจะอยู่กับข้าตลอดไป”  

ทั้งสองยืนอยู่อย่างนั้นท่ามกลางความเงียบของรุ่งอรุณ เสียงลมหนาวพัดเบาๆ กลิ่นน้ำแข็งจากตัวเขาผสมผสานกับกลิ่นหอมหวานของเธอ มันคือความลงตัวที่แปลกประหลาดแต่สมบูรณ์แบบ  

แต่แล้ว Aphrodite ก็ถอนหายใจเบาๆ เธอถอยออกมาหนึ่งก้าว มือของเธอหลุดจากสัมผัสของเขา “ข้าต้องไปแล้ว” เธอกล่าว น้ำเสียงของเธอแฝงไปด้วยความเสียใจที่ไม่อาจซ่อน “คำสาบานที่ข้าให้ไว้กับแม่น้ำ Styx ผูกมัดข้า ข้าต้องชุบชีวิต Adonis และเพื่อให้สำเร็จ ข้าต้องเดินทางต่อไป เรียนรู้จากปีศาจทั้งเจ็ดสิบสองตนให้ครบ”  

Agares ขมวดคิ้ว ความเย็นในดวงตาของเขาวูบไหวด้วยความโกรธ “เจ้ายังคงยึดติดกับมนุษย์ผู้นั้น? หลังจากทุกสิ่งที่เรา...” เขาหยุดชะงัก คำพูดของเขาค้างอยู่ในลำคอราวถูกกลืนลงไปด้วยความรู้สึกที่เขาไม่เคยชิน  

Aphrodite ก้าวเข้าไปใกล้ เธอยกมือขึ้นวางบนแก้มของเขา “Adonis คืออดีตของข้า เป็นคำสัญญาที่ข้าต้องรักษา แต่เจ้า...” เธอยิ้ม คราวนี้เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและจริงใจ “เจาคือสิ่งที่ข้าไม่เคยคาดฝัน และข้าจะไม่ลืมเจ้า”  

เขาจับมือของเธอไว้แน่น “แล้วข้าจะปล่อยเจ้าไปได้อย่างไร?” เสียงของเขาแผ่วลงราวกระซิบ “เจ้าได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของข้าแล้ว”  

เธอเงยหน้าขึ้น ริมฝีปากของเธออยู่ห่างจากเขาเพียงเสี้ยวคืบ “ข้าจะกลับมา” เธอกล่าวอย่างหนักแน่น “ทุกๆ ปี ข้าจะมาหาเจ้า และเราจะมีเจ็ดวันเจ็ดคืนด้วยกัน เช่นเดียวกับที่ผ่านมา ข้าสัญญา”  

Agares มองเธอด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง เขารู้ว่าเธอพูดจริง คำสัญญาของเทพที่มีแม่น้ำ Styx เป็นพยานนั้นมิอาจถูกทำลายได้ เขาค่อยๆ ปล่อยมือของเธอ แต่ก่อนที่เธอจะหันหลัง เขาดึงเธอเข้ามากอด ร่างสูงเพรียวของเขาซ่อนเธอไว้ในอ้อมแขนราวเกราะน้ำแข็งที่ปกป้องเปลวไฟ ความเย็นจากตัวเขาผสมผสานกับความอบอุ่นของเธอเป็นครั้งสุดท้าย  

“เจ็ดวันเจ็ดคืน” เขากล่าว “ข้าจะรอเจ้า”  

Aphrodite โอบกอดเขาตอบ มือของเธอลูบไล้ไปตามแผ่นหลังของเขา “และข้าจะกลับมาเสมอ” เธอกระซิบ ก่อนกดจูบลงบนหน้าอกของเขาเบาๆ ที่ตำแหน่งหัวใจของเขาควรจะอยู่  

เมื่อเธอผละออกจากเขา แสงตะวันส่องสว่างร่างของเธอราวรัศมีแห่งเทพธิดา เธอหันหลังเดินจากไป ฝีเท้าของเธอมั่นคงแต่เบาเหมือนสายลม Agares มองตามเธอไปจนร่างของเธอเลือนหายไปในหมอกยามเช้า หัวใจของเขา—ที่เขาเคยเชื่อว่าเย็นชาเกินกว่าจะรู้สึก—เต้นแรงด้วยความรู้สึกที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้อีกต่อไป  

แต่เขาไม่รู้สึกสูญเสีย เพราะนี่ไม่ใช่จุดจบ มันคือคำสัญญา  

หนึ่งปีต่อมา ณ วิหารน้ำแข็งแห่งเดิม แสงจันทร์สาดส่องลงมาเหมือนคืนแรกที่ทั้งสองพบกัน Agares ยืนรออยู่บนแท่นบูชา ร่างของเขาสง่างามและเย็นชาเช่นเคย เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมหวานที่ลอยมาในสายลมก่อนที่เธอจะปรากฏตัว Aphrodite ก้าวออกจากเงามืด ชุดคลุมสีขาวของเธอพลิ้วไหวราวเมฆหมอก ดวงตาของเธอสว่างไสวด้วยความยินดี  

“ข้าบอกแล้วว่าข้าจะกลับมา” เธอกล่าวพร้อมยิ้ม  

Agares ก้าวลงจากแท่น เขาดึงเธอเข้ามาในอ้อมแขนโดยไม่พูดอะไร ความเย็นจากตัวเขาห่อหุ้มเธอไว้ราวผ้าห่มแห่งน้ำแข็ง “เจ็ดวันเจ็ดคืน” เขากล่าว “เริ่มต้นเดี๋ยวนี้”  

เธอหัวเราะ เสียงนั้นใสกระจ่างราวระฆังเงิน “ข้าคิดถึงเจ้า” เธอกระซิบ ก่อนที่ทั้งสองจะจมหายไปในอ้อมกอดของกันและกันท่ามกลางแสงจันทร์  

และเช่นนั้น ทุกๆ ปี คำสัญญาของทั้งสองยังคงดำเนินต่อไป เจ็ดวันเจ็ดคืนแห่งความรัก ความหลงใหล และความผูกพันที่ละลายน้ำแข็งในหัวใจของเขา Twilight Realm กลายเป็นพยานของเรื่องราวที่เริ่มต้นจากข้อตกลง แต่กลายเป็นบางสิ่งที่ลึกซึ้งและอบอุ่นยิ่งกว่านั้น  

สำหรับ Agares เขาค้นพบว่าเสรีภาพที่แท้จริงมิใช่การปราศจากโซ่ตรวน แต่คือการมีเธออยู่ในชีวิตของเขา และสำหรับ Aphrodite เธอรู้ว่าแม้หัวใจของเธอจะยังโหยหา Adonis แต่ส่วนหนึ่งของมันได้ถูกมอบให้กับปีศาจผู้นี้ไปแล้ว—ตลอดกาล  

--- 

จบภาค

(จาก 72 ภาคจบบริบูรณ์)


The 72 Demons of Solomon: Myth, Magic.

Popular Posts